Display mode (Doesn't show in master page preview)

22 สิงหาคม 2562

Econ Digest

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดเงิน ตลาดทุนประจำวันนี้

​​ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม:

  ตลาดรอสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ จากสุนทรพจน์ของประธานเฟดในงานสัมมนาประจำปีของเฟด (22-24 ส.ค.) นอกจากนี้ อาจยังต้องติดตามสถานการณ์ BREXIT ปัญหาการเมืองในอิตาลี รวมถึงข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI Composite (เบื้องต้น) เดือนส.ค. ของสหรัฐฯ ยูโรโซน และญี่ปุ่น รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ




เงินบาทตลาดในประเทศแข็งค่าขึ้นวานนี้ (21 ส.ค.) สอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาค ประกอบกับอาจมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากตัวเลขการส่งออกของไทยที่ออกมาดีกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ส่วนเช้าวันนี้ (22 ส.ค.) เงินบาทปรับตัวที่ระดับประมาณ 30.76 บาทต่อดอลลาร์ฯ** ขณะที่แรงขายเงินดอลลาร์ฯ อาจชะลอลงบางส่วน หลังบันทึกการประชุมเฟดเมื่อเดือนก.ค. ไม่ได้ส่งสัญญาณของการผ่อนคลายทางการเงินอย่างมากในเร็วๆ นี้​





ตลาดหุ้นไทยปิดบวก โดยมีแรงหนุนจากตัวเลขส่งออกเดือนก.ค. ซึ่งดีกว่าคาดการณ์ รวมถึงความคาดหวังเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจเพิ่มเติม

ตลาดหุ้นต่างประเทศปิดปะปน โดยรวมตลาดหุ้นฝั่งเอเชียเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนการเปิดเผยบันทึกประชุมเฟดเดือนก.ค. ขณะที่ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้น โดยมีแรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2/62 ของผู้ประกอบการด้านค้าปลีกรายใหญ่ที่ออกมาดีกว่าคาดการณ์ ซึ่งบ่งชี้ว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง ​




ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกลดลง ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ส่วนราคาทองคำลดลง สวนทางความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่เพิ่มขึ้น


ที่มา: ธปท., Bisnews, www.bloomberg.com รวบรวมโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย

หมายเหตุ: *อัตราอ้างอิงจากธปท.  **ข้อมูล ณ เวลา 8.25 น.                             

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest