Display mode (Doesn't show in master page preview)

27 สิงหาคม 2562

Econ Digest

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดเงิน ตลาดทุนประจำวันนี้

​​ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม:

  ปัจจัยสำคัญน่าจะยังคงอยู่ที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีน เพื่อคลี่คลายปมขัดแย้งทางการค้าระหว่างกัน นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามสถานการณ์ Brexit รวมถึงการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านด้วยเช่นกัน ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค. ดัชนีราคาบ้านเดือนก.ค. ของสหรัฐฯ และตัวเลขกำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค.ของจีน




เงินบาทตลาดในประเทศขยับแข็งค่าขึ้น (26 ส.ค.) สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินและสินทรัพย์ปลอดภัยอื่นๆ แต่สวนทางสกุลเงินเอเชียโดยรวมที่ปรับตัวอ่อนค่าลง เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นของสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนในช่วงตลาดเอเชียวานนี้ ​ส่วนเช้าวันนี้ (27 ส.ค.) เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาที่ 30.55-30.57 บาทต่อดอลลาร์ฯ**







ตลาดหุ้นไทยปิดลบ ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค ประกอบกับมีแรงเทขายจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันและกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ

ตลาดหุ้นต่างประเทศปิดปะปน โดยรวมตลาดหุ้นฝั่งเอเชียปิดลบ ท่ามกลางความกังวลต่อผลกระทบของสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ซึ่งยกระดับขึ้น อย่างไรก็ดี  ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นในเวลาต่อมา จากความคาดหวังเกี่ยวกับประเด็นการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน หลังปธน. ทรัมป์ กล่าวว่าจีนต้องการทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ  ​




ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกลดลง ท่ามกลางความกังวลต่อภาวะอุปทานล้นตลาด หลังมีรายงานข่าวระบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่านจะกลับมาเจรจาเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์กันอีกครั้ง ขณะที่ราคาทองคำทรงตัว เนื่องจากนักลงทุนทยอยกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เพราะมีคาดหวังว่าสหรัฐฯ และจีนจะมีการเจรจาเพื่อลดข้อพิพาทระหว่างกัน ​​​



ที่มา: ธปท., Bisnews, www.bloomberg.com รวบรวมโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย

หมายเหตุ: *อัตราอ้างอิงจากธปท.  **ข้อมูล ณ เวลา 8.25 น.                             

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest