Display mode (Doesn't show in master page preview)

29 เมษายน 2556

K-Econ Analysis

KR Daily Update ฉบับประจำวันที่ 29 เมษายน 2556

คะแนนเฉลี่ย

ประเด็นเด่นวันนี้
- ผลกำไรบริษัทในภาคอุตสาหกรรมของจีน (China's Industrial Profits) ขยายตัวในทิศทางที่ชะลอลงในเดือนมี.ค.2556 โดยกำไรสุทธิ (Net Income) บันทึกที่ 464.9 พันล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 5.3 (YoY) ชะลอลงจากที่ขยายตัวร้อยละ 17.2 (YoY) ในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.2556 ส่งผลให้ผลกำไรสุทธิของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมของจีน ช่วงไตรมาสแรกบันทึกที่ 1.17 ล้านล้านหยวน คิดเป็นการขยายตัวร้อยละ 12.1 (YoY) ขณะที่รายได้ (Revenue) ของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมในไตรมาสแรกบันทึกที่ 22.2 ล้านล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 11.9 (YoY) ซึ่งชะลอลงจากที่ขยายตัวร้อยละ 13.1 (YoY) ในเดือนม.ค.-ก.พ.2556 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า รายได้และผลกำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมของจีนที่ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงนั้น มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งการส่งออกที่อยู่ภายใต้แรงกดดันของความผันผวนของเศรษฐกิจโลก รวมถึงการปรับสมดุลสต็อกสินค้า (Destocking) ในสินค้าที่มีการเร่งผลิตในช่วงก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ยอดคำสั่งผลิตในเดือนมี.ค. ลดลง นอกจากนี้ ยังเป็นผลสืบเนื่องมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งค่าจ้างแรงงานและต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่รัฐบาลปรับกลไกราคาให้ยืดหยุ่นตามตลาดโลกมากขึ้น อย่างก็ดี กลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อการอุปโภคบริโภคบางประเภทยังมีแนวโน้มที่ดีในปีนี้ ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอ และอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมไปถึงบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีผลกำไรตกต่ำลงมากจากผลกระทบของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงในปีก่อน ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้และผลกำไรที่ดีขึ้นในปีนี้ เช่น เหล็กกล้า ซีเมนต์ และเครื่องจักร ทั้งนี้ ปัจจัยที่น่าจับตามองในระยะถัดไป ที่อาจส่งผลต่อผลประกอบการของภาคธุรกิจจีน ยังคงเป็นความผันผวนของเศรษฐกิจโลก รวมไปถึงนโยบายรัฐบาลในการควบคุมอุตสาหกรรมที่มีกำลังการผลิตส่วนเกิน (Over capacity) อาทิ รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซล รวมถึงนโยบายคุมเข้มอุตสาหกรรมที่ล้าสมัยและก่อมลพิษ อาทิ เหมืองแร่ถ่านหิน เป็นต้น

- รัฐบาลอิตาลีนำโดยนายเอนริโก เล็ตตาได้ทำพิธีสาบานตนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา อันเป็นการสิ้นสุดภาวะสูญญากาศทางการเมืองที่กินระยะเวลากว่า 9 สัปดาห์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของอิตาลีของนายเอนริโก เล็ตตาน่าจะช่วยสร้างมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอิตาลี โดยจะเห็นได้จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอิตาลีอายุ 10 ปีที่ปรับลดลงต่ำกว่าระดับ 4% อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คงต้องจับตามองเสถียรภาพของรัฐบาลผสมของอิตาลีอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ภารกิจอันดับต้นๆ ของนายกรัฐมนตรีคนใหม่คงได้แก่ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการผ่อนคลายความเข้มข้นของมาตรการรัดเข็มขัดลง ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งในรัฐสภาของอิตาลี ประชาชน รวมทั้งตลาดการเงินโลกหรือไม่

Disclaimer
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงข้อมูลได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วง หน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯจะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใด




ดูรายละเอียดฉบับเต็ม


หรือ

กรอกรหัสจากการทำแบบสำรวจ


K-Econ Analysis