Display mode (Doesn't show in master page preview)

17 พฤศจิกายน 2560

เศรษฐกิจต่างประเทศ

เศรษฐกิจจีนเดือนตุลาคมชะลอลง รัฐบาลให้ความสำคัญด้านการเติบโตเชิงคุณภาพ เน้นปฏิรูปควบคู่ประคองการเติบโตตามเป้า (มองเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3712)

​​ตัวชี้วัดเศรษฐกิจที่ออกมาล่าสุดบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนมีการชะลอลง ไม่ว่าจะเป็นในเชิงการผลิต การลงทุน หรือการใช้จ่ายจริงก็ตาม โดยผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือนตุลาคม 2560 ได้มีการขยายตัวร้อยละ 6.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (YoY) ซึ่งเป็นการชะลอลงจากที่มีการขยายตัวร้อยละ 6.6 YoY ในเดือนก่อน ในขณะเดียวกัน การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรตั้งแต่ต้นปี (YTD) ก็ได้ชะลอลงจากอัตราการขยายตัวร้อยละ 7.5 YoY มาอยู่ที่ร้อยละ 7.3 YoY นอกจากนี้ อัตราการเติบโตของยอดค้าปลีกก็ได้ลดลงจากร้อยละ 10.3 สำหรับเดือนกันยายน มาอยู่ที่ร้อยละ 10.0 สำหรับเดือนตุลาคม นับได้ว่าเป็นการชะลอลงในทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานเลยทีเดียว

นอกจากข้อมูลภายในประเทศแล้ว ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงการชะลอลงของเศรษฐกิจจีนเช่นกัน โดยที่ในช่วงเดือนตุลาคมการส่งออกปรับตัวขึ้นร้อยละ 6.9 ในขณะที่การนำเข้าก้าวกระโดดถึงร้อยละ 17.2 ทำให้เกินดุลการค้า 38.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยที่ทั้งการส่งออกและการนำเข้าขยายตัวน้อยกว่าในช่วงเดือนกันยายน แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาจะปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ การชะลอลงเล็กน้อยในช่วงไตรมาสที่สี่นี้ ก็เป็นไปตามการคาดการของศูนย์วิจัยกสิกรไทย และการเติบโตของเศรษฐกิจจีนปีนี้ ก็ยังมีแนวโน้มจะเกินเป้าที่ทางรัฐบาลตั้งไว้

มาตรการควบคุมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ทางการได้มีออกมาบ้างแล้วในปีนี้ ก็ได้ลดความเสี่ยงที่จะมีฟองสบู่ก่อตัวไปพอควร ด้านปัญหาภาระหนี้สินและการเติบโตของสินเชื่อนั้น ในช่วงเดือนตุลาคมยอดการระดมทุนในประเทศ (Total Social Financing) ได้มีการปรับตัวลงถึงร้อยละ 42.9 จากเดือนก่อน (MoM) หลังจากที่มีการขยับขึ้นมาสองเดือนก่อนหน้า และยังอยู่ที่ระดับต่ำสุดสำหรับทั้งปีอีกด้วย แต่ในทางกลับกัน ปัญหารัฐวิสาหกิจที่ขาดประสิทธิภาพและมีจำนวนมากเกินนั้น ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ยังไม่ได้มีทีท่าจะทุเลาลงเลย

เมื่อคำนึงถึงการเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่ยังคงไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่จะสร้างความกังวลให้กับทางการ บวกกับการที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้รวบรวมอำนาจทางการเมืองได้สำเร็จ ได้ปูทางให้ทางการจีนเริ่มปฏิรูปเศรษฐกิจจีนตามวิสัยทัศน์ของ สี จิ้นผิง ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงคาดว่าทางการจีนจะเน้นการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจเป็นเป้าหมายหลักในระยะสั้นถึงกลาง โดยการปฏิรูปดังกล่าวน่าจะเน้นไปที่การลดจำนวนรัฐวิสาหกิจ หรือการโอนกิจการของรัฐเป็นของเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐวิสาหกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมทั่วไป เช่นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หรือเภสัชอุตสาหกรรมเป็นต้น ทำให้เศรษฐกิจจีนยิ่งน่าจับตามองขึ้นไปอีกทีเดียว

ดูรายละเอียดฉบับเต็ม


เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก

หรือ

กรอกรหัสจากการทำแบบสำรวจ


เศรษฐกิจต่างประเทศ