Display mode (Doesn't show in master page preview)

17 มกราคม 2563

Econ Digest

ข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-จีนเฟส 1 คลี่คลายความตึงเครียด หรือแค่เกมส์การเมืองสหรัฐฯ?

​         ​  ในที่สุดสหรัฐฯ กับจีนก็ลงนามความตกลงทางการค้าเฟส 1 เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2563 ท่ามกลางคาดหวังว่าจะช่วยคลี่คลายความตึงเครียดลงได้ แต่ในความเป็นจริง ทั้งสหรัฐฯ และจีนยังต้องแบกรับผลกระทบต่าง ๆ ไว้อย่างมาก โดยเฉพาะการปรับลดภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 1.2 แสนล้านดอลลาร์ฯ นั้น เป็นการลดภาษีแค่บางส่วนเท่านั้น และสินค้ากลุ่มนี้ยังคงมีอัตราภาษีที่ 7.5% ขณะที่สินค้าส่วนใหญ่อีก 2.5 แสนล้านดอลลาร์ฯ ยังมีภาษีอยู่ที่ 25% ทำให้ปี 2563 ทั้งจีนและสหรัฐฯ ยังต้องเผชิญอัตราภาษีที่สูง

             ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังมีความไม่แน่นอนสูง และน่าจะไม่จบในระยะอันใกล้ โดยต้องติดตามว่าจีนจะสามารถทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่มีความท้าทายนี้ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมได้หรือไม่ อีกทั้ง ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ น่าจะใช้ประเด็นเรื่องการปฏิบัติตามข้อตกลงของจีนเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่จะหยิบออกมาใช้เมื่อไรก็ได้ในการเพิ่มคะแนนนิยมของตนเองก่อนการเลือกตั้งในเดือนพ.ย. 2563 โดยหากเศรษฐกิจสหรัฐฯ อ่อนแรงและฐานเสียงของทรัมป์ไม่ได้รับผลประโยชน์จากข้อตกลงทางการค้าเท่าที่ควร ทรัมป์อาจเพิ่มแรงกดดันให้จีนทำตามข้อตกลงมากขึ้น ส่งผลให้สงครามการค้ามีความตึงเครียดขึ้น และไม่สามารถก้าวไปสู่ความตกลงทางการค้าเฟส 2 ได้ในระยะอันใกล้

              สำหรับผลต่อไทย ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ปีนี้การส่งออกของไทยจะยังคงเผชิญความไม่แน่นอนต่อเนื่อง แต่ในเบื้องต้นการปรับลดภาษีของสหรัฐฯ จะช่วยบรรเทาผลกระทบทางตรงจากการชะลอตัวของการส่งออกสินค้าไทยที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของจีนลงได้ ขณะที่ผลกระทบทางอ้อมคือการที่จีนต้องให้น้ำหนักกับการนำเข้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นใน 2 ปี ข้างหน้า ซึ่งสินค้าส่งออกของไทยในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และเคมีภัณฑ์มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียตลาดในจีนบางส่วน ขณะเดียวกันการนำเข้าถั่วเหลืองของไทยจากสหรัฐฯ อาจเผชิญผลด้านราคานำเข้าที่เพิ่มขึ้น หรืออาจต้องหาแหล่งนำเข้าอื่นสำรอง



Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest