Display mode (Doesn't show in master page preview)

23 กุมภาพันธ์ 2564

Econ Digest

มาตรการช่วยเหลือธุรกิจโรงแรม เปิดทางเลือก ต่อลมหายใจ ท่องเที่ยวไทยปี 64 ยังไม่ฟื้นโรงแรมกว่า 4,000 แห่งเสี่ยงปิดกิจการ ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน

โควิด-19 ระลอกใหม่ทั้งในและต่างประเทศ ทำให้การท่องเที่ยวของไทยปี 2564 นี้ ยังไม่กลับมาดีขึ้น โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าต่างชาติเที่ยวไทยปี 2564 อยู่ที่ราว 2.0-4.5 ล้านคน และแม้คาดว่าตลาดไทยเที่ยวไทยปี 2564 จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนมาอยู่ที่ราว 90-120 ล้านคน-ครั้ง แต่ยังไม่สามารถทดแทนการหายไปของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้กับธุรกิจโรงแรมและที่พักกว่า 5.0 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 70% ของรายได้ท่องเที่ยวในส่วนของโรงแรมและที่พักทั้งหมด 

ทั้งนี้ โรงแรมและที่พักที่ประสบปัญหาหนัก คือ กลุ่มที่พึ่งพิงนักท่องเที่ยวต่างชาติสูง ที่มีข้อจำกัดในการแข่งขันและการสร้างรายได้ โดยหากเจาะเฉพาะกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าจะมีจำนวนไม่น้อยกว่า 4,000 ราย ที่กระจายไปที่ธุรกิจขนาดกลางและเล็กที่จดทะเบียน

แม้ที่ผ่านมาภาครัฐได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อโควิดลากยาว ทำให้ผู้ประกอบการเผชิญกับความยากลำบากขึ้น จึงต้องออกมาตรการเพิ่มเติม โดยล่าสุดมีการผลักดันมาตรการ Asset Warehousing ที่น่าจะเป็นหนึ่งในทางออกสำหรับธุรกิจโรงแรม แต่ยังคงต้องรอความชัดเจนในหลายประเด็น ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการที่สนใจจะเข้าโครงการ ราคาขายหรือราคาโอนกรรมสิทธิ์ ราคาซื้อคืน-ค่าประกันภัยที่เกี่ยวข้อง การยกเว้นหรือผ่อนปรนภาระภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องจากการโอนหนี้ที่จะเกิดขึ้น ระยะเวลาโครงการนานเพียงพอหรือไม่ มีการผ่อนปรนเกณฑ์การจัดชั้นหนี้และตั้งสำรองหนี้/ทรัพยสินรอการขายสำหรับสถาบันการเงินหรือไม่และมากน้อยเพียงใด และการเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการสำหรับการดูแลรักษาสภาพโรงแรมให้พร้อมใช้งาน ซึ่งบทสรุปของเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง จะเป็นตัวกำหนดการตอบสนองของผู้ประกอบการว่าจะเข้ามาตรการ Asset​ Warehousing เพื่อคงโอกาสในการทำธุรกิจโรงแรมหรือไม่ โดยเปรียบเทียบกับไพ่อื่น ๆ ที่มีอยู่ในมือปัจจุบัน รวมถึงกำหนดการมีส่วนร่วมของสถาบันการเงินในการดูแลลูกค้าภายใต้มาตรการดังกล่าวด้วย

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest