Display mode (Doesn't show in master page preview)

10 กันยายน 2562

Econ Digest

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดเงิน ตลาดทุนประจำวันนี้

​ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม:
  ประเด็นการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน หลังรมว. คลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทั้ง 2 ประเทศได้หารือร่วมกันในเรื่องการบังคับกลไกเพื่อป้องกันการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา ขณะที่ความพ่ายแพ้ในรัฐสภาของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษในคำร้องยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ ช่วยลดความเสี่ยงของ BREXIT ลงเพิ่มเติม ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนส.ค.ของจีน นอกจากนี้ นักลงทุนอาจรอติดตามการประชุมครม. ในวันนี้ ซึ่งน่าจะมีการพิจารณารายละเอียดของมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจ

 

เงินบาทตลาดในประเทศทรงตัวในกรอบแคบวานนี้ (9 ก.ย.) แม้นักลงทุนต่างชาติจะยังคงมีสถานะขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทยต่อเนื่อง โดยตลาดยังคงรอปัจจัยใหม่ๆ มากระตุ้น 
ส่วนเช้าวันนี้ (10 ก.ย.) เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 30.64-30.65 บาทต่อดอลลาร์ฯ**  ​
​​


ตลาดหุ้นไทยปิดบวก โดยมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่ตลาดรอติดตามความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม
ตลาดหุ้นต่างประเทศปิดบวกในภาพรวม โดยตลาดหุ้นฝั่งเอเชียปรับขึ้นขานรับข่าวที่ทางการจีนประกาศปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปะปน โดยมีแรงหนุนจากรายงานข่าวเชิงบวกเกี่ยวกับความคืบหน้าการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน อย่างไรก็ดี ดัชนี NASDAQ ปรับลงจากแรงฉุดของหุ้นอัลฟาเบทและไมโครซอฟท์ ​



ราคาน้ำมันขยับขึ้น โดยมีแรงหนุนจากการยืนยันลดกำลังการผลิตน้ำมันตามกรอบโอเปกและพันธมิตรของรมว.พลังงานซาอุดีอาระเบียคนใหม่

ขณะที่ราคาทองคำลดลง หลังรมว. คลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯและจีนมีการหารือร่วมกันในประเด็นการบังคับใช้กลไกป้องกันการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา




ที่มา: ธปท., Bisnews, www.bloomberg.com รวบรวมโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย

หมายเหตุ: *อัตราอ้างอิงจากธปท.  **ข้อมูล ณ เวลา 8.25 น.                             



Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest