Display mode (Doesn't show in master page preview)

13 กรกฎาคม 2563

Econ Digest

สหรัฐฯเปิดไต่สวน ไทย...ทุ่มตลาดยางรถยนต์ ผู้ผลิตยางสัญชาติจีนในไทยกระทบมากที่สุด

            ปัญหาการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบให้การผลิตยางรถยนต์ในสหรัฐฯ ต้องหยุดลง ยังผลให้สหภาพแรงงานเหล็กสหรัฐฯ ซึ่งได้รับผลกระทบยื่นฟ้องให้เปิดการไต่สวนการทุ่มตลาดกับยางรถยนต์นำเข้าจากไทย เกาหลีใต้ เวียดนาม และไต้หวัน หลังจากสหรัฐฯ มีการนำเข้ายางรถยนต์จากประเทศเหล่านี้เพิ่มขึ้นมาก อีกทั้งจีนซึ่งเป็นคู่กรณีที่มีการฟ้องร้องเรื่องการทุ่มตลาดมาก่อน ได้เข้าไปขยายการลงทุน หรือควบรวมกิจการยางรถยนต์ในประเทศเหล่านั้นด้วย อนึ่ง ในกรณีของไทยนั้น โดนกล่าวหาว่ามีการทุ่มตลาด โดยมีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด (Dumping Margin) สูงสุดในบรรดา 4 ประเทศ

             กรณีที่ไต่สวนแล้วพบว่าผิดจริง ผู้ผลิตยางรถยนต์แต่ละบริษัทในไทย มีโอกาสที่จะถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดสูงกว่าประเทศอื่น โดยเฉพาะผู้ผลิตสัญชาติจีนในไทย น่าจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เน้นผลิตยางรถยนต์เพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ เป็นหลัก อีกทั้ง กว่า 2 ใน 3 ของนักลงทุนจีนในไทยนั้น มีไทยเป็นฐานการผลิตเดียวนอกประเทศจีน ทำให้ไม่มีแหล่งผลิตอื่นส่งออกไปทดแทน ในช่วงระหว่างปรับแก้ไขให้หลุดจากข้อหา ขณะที่การส่งออกจากจีนเองก็มีอุปสรรคหลังถูกสหรัฐฯ ขึ้นภาษียางรถยนต์เป็นร้อยละ 25 แตกต่างจากผู้ผลิตสัญชาติไทย จะได้รับผลกระทบในระดับที่น้อยกว่า เนื่องจากผู้ผลิตไทยทำตลาดในประเทศด้วย ผนวกกับมีการกระจายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคต่างๆ ขณะที่สหรัฐฯ เป็นตลาดรองเท่านั้น นอกจากนี้ บางรายยังมีฐานการผลิตในประเทศอื่น เช่น อินเดีย จึงพอจะมีหนทางกระจายสินค้าไปยังตลาดอื่นได้ในระยะสั้น 

            ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เพื่อให้หลุดออกจากวงจรปัญหาการตอบโต้การทุ่มตลาดจากประเทศต่างๆ อย่างถาวร การจัดการต้นทุนการผลิตยางรถยนต์ให้อยู่ในระดับต่ำ เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องทำควบคู่ไปกับ การพัฒนาในเรื่องของคุณภาพยาง โดยเพิ่มการลงทุนวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ผู้บริโภคมีมุมมองเชิงบวกต่อสินค้า อันจะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต สามารถทำตลาดได้ด้วยกลยุทธ์ราคาที่หลากหลายและเหมาะสมมากขึ้น ดังเช่นกรณีรถยนต์สัญชาติจีนที่มีการพัฒนาจนปัจจุบันได้รับการตอบรับค่อนข้างดีจากตลาดในระดับโลก

             ​สำหรับปี 2563 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า มูลค่าการส่งออกยางรถยนต์ของไทยน่าจะลดลงเหลือเพียง 4,000 ล้านดอลลาร์ฯ โดยเป็นผลจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือหดตัวร้อยละ 21 จากปี 2562 ที่ส่งออกยางรถยนต์ได้เป็นมูลค่า 5,070 ล้านดอลลาร์ฯ โดยหากแยกระดับผลกระทบที่ได้รับของยางรถยนต์แต่ละประเภท ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกหดตัวอย่างรุนแรงเช่นนี้ การส่งออกยางรถยนต์สำหรับตลาดอะไหล่รถยนต์แม้ว่าจะหดตัวเช่นกัน แต่ก็น่าจะยังพอมีโอกาสเดินหน้าต่อไปได้ ดีกว่าตลาดยางรถยนต์ OEM ซึ่งต้องเผชิญกับปัจจัยลบจากปริมาณการผลิตรถยนต์ใหม่ที่ตกลงอย่างหนักทั่วโลก



Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest